รวมเนื้อหา การอภิปรายต่อการแถลงนโยบายรัฐบาลอนุทิน
ไทยและกัมพูชาวันนี้มีความสัมพันธ์ที่ไม่ดีต่อกัน เริ่มต้นจากความขัดแย้งของ 2 ครอบครัว นำไปสู่ความขัดแย้งในเรื่องอื่นๆที่ทำให้การแก้ไขปัญหาของ 2 ประเทศทำได้ยากยิ่ง ไม่ว่าจะเรื่องเขตแดน ปัญหาเรื่อง 3 ปราสาท การเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบจากความขัดแย้ง
กล่าวถึงเรื่องสแกมเมอร์ ข้อมูลขององค์กร GASA ร่วมกับบริษัทที่พัฒนาแอปพลิเคชัน Whoscall ได้ระบุเอาไว้ในรายงานเมื่อปี 2025 พบว่าจำนวนเงินซึ่งคนไทยสูญเสียให้กับแก๊ง สแกมเมอร์ มีมากถึง 1.15 แสนล้านบาทต่อปี ตัวเลขนี้สูงกว่าตัวเลขทางการของประเทศเราที่เคยประกาศเอาไว้
มีการประเมินรายได้ที่เกิดจากสแกมเมอร์ในกัมพูชาว่ามีอยู่ 4.6 - 6.9 แสนล้านบาท ต่อปี คิดเป็น 60% ของ GDP กัมพูชาในปี 2022 โดยที่ สแกมเมอร์ หนึ่งคนจะสามารถทำงานหลอกคนให้กับแก๊งอาชญากรได้ราวเดือนละ 333,900 บาทเลยทีเดียว
นอกจากนี้ข้อมูลของ Amnesty International ตามที่เห็นบนหน้าสไลด์นี้ คือภาพรวมของอาณาจักรแก๊งสแกมเมอร์ ที่ตั้งอยู่ในประเทศกัมพูชา ซึ่งถูกยืนยันแล้วว่ามี 53 แห่ง อีก 45 แห่งเป็นที่ต้องสงสัย กระจายในหลายเมือง ไม่ว่าจะเป็นเมืองหลวงอย่างพนมเปญ ปอยเปต โอเสม็ด โดยเฉพาะสีหนุวิลล์
เรามาเริ่มที่คนแรกครับ ชื่อนี้คุ้นหูกันอยู่แล้ว นั่นคือก๊กอาน สมาชิกวุฒิสภาของกัมพูชา ผู้มีฉายานามว่าราชาแห่งปอยเปต เป็นเจ้าของ Crown Casino และเจ้าของตึก 18 ชั้น และตึก 25 ชั้น เป็นหัวขบวนคนสำคัญของแก๊งสแกมเมอร์ ปัจจุบันถูกออกหมายจับโดยทางการไทยในข้อหาอาชญากรรมข้ามชาติ
มาต่อที่อีกชื่อหนึ่ง บุคคลนี้ถูกขนานนามว่า “ราชาแห่งเกาะกง” ลียงพัดคนนี้ หรือที่ชาวตราดเรียกว่าเสี่ยพัด ข้อมูลของทางการสหรัฐอเมริการะบุว่า มีสัญชาติไทยและกัมพูชา เป็นผู้ก่อตั้ง LYP Group ซึ่งมีรีสอร์ทในเครือชื่อ โอร์เสม็ด รีสอร์ต
มาสู่คีย์แมนคนถัดไป คนที่ 3 คนๆนี้ยิ่งใกล้ชิดกับศูนย์กลางอำนาจของกัมพูชา เพราะร่วมแชร์สายเลือด เป็นลูกพี่ลูกน้องกับผู้นำของกัมพูชา แต่ก่อนที่ผมจะลงรายละเอียด ผมขอแนะนำให้ได้รู้จักบริษัทนี้เสียก่อน นั่นก็คือ Huione Group ซึ่งถูกหน่วยงานอย่าง FinCEN ของทางการสหรัฐอเมริกา
ผมขอแนะนำให้ได้รู้จักกับธนาคารแห่งหนึ่งของกัมพูชา ที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นแหล่งซ่องสุมฟอกเงินที่มีทั้งคนกัมพูชาและคนไทย ไปใช้บริการ ธนาคารแห่งนี้มีชื่อว่า BIC Bank ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของ BIC Group มีประธานบริษัทชื่อว่านายยิม เลียก
ยิม เลียก ยังมีหุ้นส่วนที่สำคัญอีกคน คนคนนี้ชื่อว่า เบนจามิน เมาเออร์เบอร์เกอร์ หรือเบน สมิธ เป็นชาวแอฟริกาใต้ มีภรรยาชื่อ แคทลียา บีเวอร์ อดีตนางแบบชาวไทย ทั้งนี้ เบน สมิธมีประวัติเคยทำธุรกิจหลอกลวง เป็นคอลเซ็นเตอร์ รุ่นดั้งเดิม
โดย ก.ล.ต.นิวซีแลนด์ ตรวจพบว่าบริษัทของเบนโทรหานักลงทุนชาวนิวซีแลนด์และออสเตรเลียเพื่อเสนอขายหุ้นที่น่าสงสัยโดยไม่ได้รับอนุญาต ส่งผลให้นายเบน สมิธถูกสั่งปรับจากศาลในประเทศนิวซีแลนด์เนื่องจากหนีหมายศาล เป็นเงินมูลค่า 30,000 ดอลล่านิวซีแลนด์
นอกจากนี้ยังมีข้อมูลอีกว่า นายเบน คือผู้ที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจการหลอกลวงที่ชื่อว่า Tian Tian Ventures ซึ่งในอดีตเคยพยายามมาชักชวนคนไทยเข้าไปลงทุน ในงานประชุมนักลงทุนที่โรงแรมมิลเลนเนียม ฮิลตัน กรุงเทพฯ
ปรากฎว่าหลังจากมีความเคลื่อนไหวดังกล่าวของ บริษัท Tian Tian Ventures ก.ล.ต. ได้ต้องออกมาเตือน เมื่อปี 62 ว่าเป็นธุรกิจที่เข้าข่ายการหลอกลวง และการชักชวนดังกล่าวผิดกฎหมาย นอกจากนี้ผมยังพบว่าบริษัท Tian Tian Ventures มีคีย์แมนคนสำคัญ ก็คือนาย Benjamin Burger
ผมเองต้องขอบคุณข้อมูลของ คุณ Tom Wright นักเขียนผู้เปิดโปงการทุจริตในโครงการ 1MDB ของมาเลเซีย กล่าวคือ นายเบน สมิธ เป็นผู้ให้คำแนะนำนายยิม เลียกในการสร้างรายได้จากการฟอกเงินให้แก่ทุนจีน โดยพัฒนาที่ดินเป็นกาสิโนเพื่อใช้สำหรับฟอกเงิน
ซึ่งตรงกับข้อมูลอีกแหล่งหนึ่ง ที่ชี้ว่าธนาคาร BIC เป็นบริษัทที่มีความเกี่ยวข้องกับ เจิ้งเหิง กรุ๊ป ผู้พัฒนาโครงการลองเบย์ดาราสาคร จังหวัดเกาะกง ถูกคว่ำบาตรโดยทางการสหราชอาณาจักรในเวลาต่อมา เนื่องจากเกี่ยวข้องกับการค้ามนุษย์ บังคับใช้แรงงาน และสแกมเมอร์ นอกจากนี้
ธนาคาร BIC มักมีผู้ทรงอิทธิพลมักเอาทรัพย์สินไปฝากไว้ที่นั่น นักการเมืองบางคน หรือ สว.ที่มีลักษณะทรงเอ ก็มีทรัพย์สินที่นั่น ที่ผ่านมากลุ่มธุรกิจของ BIC มักถูกโจมตีว่าเป็นสวรรค์แห่งการฟอกเงิน โดย BIC Group ยังมีออฟฟิศตั้งอยู่ที่ประเทศไทยในอาคารเกษรนี่เอง
ที่เห็น คือหน้าพาร์สปอร์ตของนายเบน สมิธ ซึ่งปัจจุบันถือสัญชาติกัมพูชา แล้วนี่ไม่ใช่พาร์ตปอร์ตธรรมดานะครับ เป็นพาร์สปอร์ตทางการทูต ต้องเป็นบุคคลสำคัญระดับสูงเท่านั้น จึงจะสามารถมีพาร์สปอร์ตเช่นนี้ได้ ในหน้าพาร์สปอร์ตได้ระบุว่านายเบน สมิธที่เป็นที่ปรึกษาของสมเด็จฮุน เซน
ครับที่ปรึกษาของสมเด็จฮุน เซนคนนี้ มาหาใครในประเทศไทย หนึ่งในเหตุการณ์ที่ฉายให้เห็นตัวตนของเบน สมิธ คือช่วงเวลาที่อดีตนายกรัฐมนตรีได้พบกับนายกรัฐมนตรีของมาเลเซียที่หลีเป๊ะ ในภาพนี้ดูผิวเผินจะนึกว่าเป็นเพียงนักท่องเที่ยวธรรมดาคนนึง ที่บังเอิญไปเที่ยวหลีเป๊ะ
แล้วช่วยบอกได้มั้ยครับว่าที่สำนักข่าวเขาลงกันอย่างแพร่หลายว่า การเดินทางของท่านอดีตนายกประกอบไปด้วยเรือยอช์ตหรูถึง 6 ลำ อันนี้เป็นของใคร เป็นของท่านอดีตนายก ของ ร.อ.ธรรมนัส หรือของนายเบน สมิธ
แล้วท่านธรรมนัสไม่รู้หรือครับว่านายเบนคนนี้อาจจะเข้าไปเกี่ยวข้องกับแก๊งสแกมเมอร์ในกัมพูชา ท่านไม่รู้หรือครับว่าบุคคลคนนี้มีประวัติที่ด่างพร้อยในอดีตอย่างไร แล้วท่านในฐานะ สส. วันนี้เป็นถึงรองนายก ท่านไม่ต้องระวังในการคบหากับคนเทาๆเลยหรือครับ
แล้วไม่รู้ไปคุยถูกคออะไรกันมา ผมพบว่าในเวลาไล่เลี่ยกัน พบว่านายเบน และร.อ.ธรรมนัส ได้ออกงานบุญใหญ่ร่วมกัน ณ วัดดงช้างดี จังหวัดอุตรดิตถ์ โดยนายเบน สมิธและภรรยา ถูกระบุชื่อเป็นประธานเจ้าภาพกฐินสามัคคี เคียงข้างกับนายธรรมนัส พรหมเผ่า ซึ่งถูกระบุชื่อเป็นประธานอุปถัมภ์ของพิธีนี้
นายเบน สมิธคนนี้ ยังต้องการมาปักหลักที่ประเทศไทยอย่างถาวร เนื่องจากปรากฎข้อมูลว่านายเบนได้ขอสละสัญชาติกัมพูชา เพื่อขอแปลงสัญชาติเป็นไทย ซึ่งการดำเนินการก็คืบหน้าจนถึงขั้นที่นายเบน ได้มีการรับรองการขอเปลี่ยนชื่อเป็นภาษาไทยว่า “สาธิต” ตั้งแต่เมื่อวันที่ 22 ตุลาคม 2567 ณ
จำเรื่องเรือยอช์ตหรู 6 ลำที่นักข่าวเขาลงกันได้ไหม ในเรื่องนี้ Tom Wright ได้ระบุว่า เรือยอช์ตชื่อ “Wanderlust” ที่ท่านอดีตนายกฯ ได้ใช้เดินทางไปพบกับนายกรัฐมนตรีของมาเลเซียที่หลีเป๊ะ รวมถึงเครื่องบินเจ็ทส่วนตัวรุ่น Bombardier Global G7500
ที่ผมอภิปรายมาเมื่อครู่ อาจเทียบไม่ได้เลยกับข้อกล่าวหานี้ ที่ปรากฎในบทความของ Tom Wright ว่าในช่วงการผลักดันโครงการ Entertainment Complex, CEO ของ MGM Resorts บริษัทกาสิโนยักษ์ใหญ่จากสหรัฐฯ ได้เดินทางมาที่ประเทศไทยเพื่อประชุมร่วมกับท่านอดีตนายกรัฐมนตรี โดยมีนายเบน สมิธ
ดังนั้นครับ การที่สมเด็จฮุนเซนและอดีตนายกเลือกใช้บริการที่ปรึกษาเป็นคนคนเดียวกัน สถานะหนึ่งเป็นที่ปรึกษาของสมเด็จฮุนเซน และมีสัญชาติกัมพูชา และอีกสถานะหนึ่งเป็นมือขวาของอดีตนายก สนิทสนมกับรองนายกรัฐมนตรีคนปัจจุบัน กำลังยื่นขอสัญชาติไทย
ปฏิเสธไม่ได้ว่าชายชาวแอฟริกาใต้ผู้นี้ อยู่ในสถานะ VVIP ที่ได้รับความคุ้มครองดูแลจากผู้มีอำนาจในประเทศไทย เพื่อฟอกเงินที่เกี่ยวข้องกับสแกมเมอร์ ผ่านการยึดกิจการสำคัญต่างๆ ของประเทศ ซึ่ง สส.วิโรจน์จะได้อธิบายต่อไป ดังนั้นครับ
เรื่องแรก ต่อปัญหาเรื่องแก๊งสแกมเมอร์ ผมมีข้อเสนอดังต่อไปนี้ หนึ่ง ภัยจากแก๊งสแกมเมอร์ ไม่แตกต่างอะไรจากภัยก่อการร้าย ผมคิดว่าเราจำเป็นที่จะต้องมีศูนย์ประสานงานต่อต้านสแกมข้ามชาติ เพื่อรวมข้อมูลจากตำรวจ, DSI, ก.ล.ต., ธปท., ปปง, กสทช., กระทรวงการต่างประเทศ และอัยการสูงสุด
เรื่องที่สอง ต่อข้อเสนอในการแก้ปัญหาชายแดน ปัญหาชายแดนมันมากกว่าการปะทะด้วยอาวุธตามแนวชายแดน ฝ่ายกัมพูชามองว่าการมีปัญหากับไทย แม้ว่าจะกระทบต่อธุรกิจและการค้า กัมพูชาก็ไม่มีความจำเป็นต้องกลัว กัมพูชามีรายได้มากมายจากการหลอกลวงเงินจากคนทั่วโลก คิดเป็น 60% ของ GDP
สำหรับเรื่องที่สาม ตามที่รัฐบาลได้ระบุในการแถลงนโยบายว่าจะมีการทำประชามติว่าจะยกเลิก MOU กับกัมพูชาหรือไม่ เรื่องนี้จะฟังดูเหมือนจะดี แต่เราต้องไม่ลืมว่า การตัดสินใจเรื่อง MOU นั้นมีความเกี่ยวพันหลายเรื่อง ทั้งกฎหมายระหว่างประเทศ แผนที่ย้อนไปตั้งแต่ยุคล่าอาณานิคม
ก่อนที่ผมจะจบ ผมอยากเตือนความจำท่านนายกรัฐมนตรีว่า ท่านได้เห็นตัวอย่างจากรัฐบาลที่แล้วว่าผลกระทบของการมีผลประโยชน์ทับซ้อน และการขาดเจตจำนงค์ทางการเมืองในงานด้านความมั่นคง ส่งผลกระทบต่อประเทศชาติอย่างไร สุดท้ายนี้ ผมสนับสนุนในจุดยืนของประเทศไทย ที่ต้องการเห็นการถอนอาวุธหนัก
@RangsimanRome เพื่อไทยโง่ที่สุดตรงที่ไม่ฟ้องคนบิดเบือนอย่างคุณมันใช่เรื่องของ2ตระกูลหรือแต่มันคือเรื่องของ2ประเทศ และเรื่องบานปลายจากปิดด่านปราบปรามอย่างจริงจังตั้งแต่บีบ ภจท.ออกจากรัฐบาลออกจากหน้าที่ที่ต้องดูแลเรื่องนี้ ชาดาเรียกพ่อฮุนเซ็นแล้วและพวกเดียวกันอย่างพวกคุณจะเรียกผู้มีพระคุณว่าอะไร
@RangsimanRome ทำหน้าที่ฝ่ายรัฐบาลได้ดีมากค่ะ อภิปรายฝ่ายค้าน
@RangsimanRome โรม จริงๆ มันมีตั้งแต่ยุค ประยุทธ์แล้วนะ ปล่อยให้ เขมร มารุกเต็มที่
@RangsimanRome ผังล้มเจ้าชิดซ้ายเลย แม่งโยงซะมั่วไปหมด รักชิดชอบถึงขนาดสร้างเรื่องโกหกได้เหี้ยมาก
@RangsimanRome ทักษิณไปไหนคนตามเป็น100 มึงโยงนั่นนี่มั่วไปหมด ปวดหัวกับมึงจริงๆ
@RangsimanRome โรม ไม่ อภิปราย อนุทิน เน้นขยี้ ชินวัตร รับกล้วยมาจนพุงกาง อ่ะนะ
@RangsimanRome โรมมึงมีเงินเสียค่าที่ทำให้คนอื่นเสียหายเท่าไหร่ เวลาพล่มกล่าวหาคนอื่นเมามันส์ปากเวลาโดนฟ้องร้องยิ่งกว่าหมา
@RangsimanRome จะพูดเรื่องคดีฮั้ว สว.กี่โมงโรม


































